ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง ประวัติ นโยบาย

ประวัติ
นายธีรวัฒน์ หวังศิริเลิศ
ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง สมัยวาระปี บริหาร 2564-2565
-------------------------------------------------------------------------------------

          

• วันเกิด เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2491
• ครอบครัว คู่สมรส นางจุฬา หวังศิริเลิศ
มี บุตรสาว 2 คน ได้แก่ 1.น.ส.เลอลักษณ์ หวังศิริเลิศ และ 2. น.ส.ชุลี หวังศิริเลิศ
• การศึกษา
- ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต ว.ท.บ.(เศรษฐศาสตร์เกษตร)
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน
• ประวัติการทำงาน
- ที่ปรึกษา กลุ่มบริษัทโรงแรมธรรมรินทร์ จำกัด
- ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ตรังแคนเนอร์รี่ จำกัด
- ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท กว้างไพศาล จำกัด
- บริษัท แบทคอน(บาร์เรน) จำกัด สำนักงานใหญ่ ประเทศบาร์เรน
- ผู้จัดการ สาขาจตุจักร ธนาคารกสิกรไทย
- ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่
- อดีตผู้ช่วยผู้ว่าการภาค 3330 โรตารีสากล
• ตำแหน่งทางสังคม
1.อดีต ผู้พิพากษาสมทบ ศาลแรงงาน ภาค 9
2. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง
3. ที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหารกองทุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตรัง
4. ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง

 • ตำแหน่งในหอการค้าจังหวัดตรัง

- อนุกรรมการหอการค้าจังหวัดตรัง ปี 2540-2542
- รองเลขาธิการหอการค้าจังหวัดตรัง ปี 2542-2545
- ประชาสัมพันธ์หอการค้าจังหวัดตรัง ปี 2546-2547
- รองประธานหอการค้าจังหวัดตรัง ปี 2548- 2563

• ปัจจุบัน
ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง สมัยวาระปี 2564- ปัจจุบัน

นโยบายการบริการจะทำตามวิสัยทัศน์หอการค้าจังหวัดตรังที่ว่า
“เป็นองค์กรเอกชนที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับ
เพื่อร่วมสร้างเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดตรังให้เข้มแข็งและยั่งยืน”

          เนื่องจากผมเป็นสมาชิกหอการค้ามายาวนาน เห็นการทำงาน ภารกิจ และกิจกรรมต่างๆ ของหอการค้ามาตลอด นโยบายของหอการค้าแต่ละสมัยก็จะมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย หอการค้าทำงานเชื่อมโยงกับภาครัฐมาโดยตลอด ซึ่งก็สอดคล้องกับการทำงานของหอการค้าไทย

          ปัจจุบันเป็นยุคที่เทคโนโลยี การค้าขาย วิชาความรู้เปลี่ยนแปลงไปมากมาย ดังนั้นนโยบายที่คิดว่าจะต้องทำคือเราต้องเชื่อมโยงกับสมาชิกให้มากขึ้น รวบรวมปัญหาต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการของสมาชิก และสะท้อนปัญหาไปยังรัฐบาลโดยผ่านคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) จังหวัดตรัง และคณะกรรมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัดตรัง ซึ่งทั้ง 2 ช่องทางนี้เป็นช่องทางที่มีกฎหมายรองรับ และเป็นช่องทางที่เราดำเนินการมาตลอด ในการผลักดันโครงการต่างๆ ที่หอการค้าคิดว่าจะสร้างความเจริญให้กับธุรกิจการค้าในจังหวัดของเรา

          หอการค้าเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การทำงานในปัจจุบันเราทำงานคนเดียวไม่ได้ เราต้องเชื่อมโยงกับองค์กรอื่นๆ เช่น สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว บริษัทประชารัฐ ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ เราทำงานเชื่อมโยงกัน ผลตอบแทนก็จะได้กับประชาชนที่สร้างความเจริญในภาพรวมต่อไป

          ขณะนี้เรื่องการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่างๆ เป็นนโยบายระดับประเทศ มีนโยบายการทำเมืองอัจฉริยะ หรือ “Smart City” หมายถึง เมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล หรือนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาด ในการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ การบริหารจัดการเมือง การลดค่าใช้จ่ายของประชาชน การลดการใช้ทรัพยากร รูปแบบเมืองอัจฉริยะมีด้วยกัน 7 ด้าน จังหวัดตรังดำเนินการขับเคลื่อนให้ตรังเป็นเมืองอัจฉริยะใน 3 ด้าน ถ้าเราสามารถบรรจุเข้าไป 7 ด้านก็จะเป็นโอกาสให้เราพัฒนาด้านอื่นๆ ให้เป็น Smart City ได้ ยกตัวอย่างเช่น การทำให้มีฟรีไวไฟใช้ในเขตชุมชน และเส้นทางที่มีการสัญจรหนาแน่น จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้เส้นทาง เพราะปัจจุบันทุกคนใช้ Smart Phone ส่วนนี้ก็จะมีประโยชน์ อีกประการหนึ่งจังหวัดตรังมีสถาบันการศึกษาอยู่หลายแห่ง เรามีบุคลกรที่มีคุณภาพ ในยุคนี้ก็จะต้องปรับเปลี่ยนและนำความรู้เหล่านั้นให้ไปถึงประชาชนทั่วไป การทำ Smart City , Smart People ก็จะเป็นผลประโยชน์ต่อประชาชนชาวตรัง

          นักธุรกิจที่ค้าขายต้องเปิดใจ เปลี่ยนแนวคิดว่าเราค้าขายแบบเดิมๆ ไม่ได้ ร้านเล็กๆ ต้องปรับปรุงร้านใหม่ และต้องเรียนรู้การใช้สมาร์ทโฟน รัฐบาลส่งเสริมให้มีโครงการต่างๆ เช่น เราชนะ ถ้าร้านค้าบอกว่าทำไม่เป็น ก็เป็นการปิดกั้นตนเอง ไม่เข้ายุคสมัย สุดท้ายแล้วคนใหม่จะมาแทนที่ ตราบใดที่ยังไม่เปลี่ยนก็ลำบาก การเรียนรู้ การศึกษาไม่วันจบ ไม่มีใครเรียนรู้ได้จบ ทุกคนต้องอยู่ในภาวการณ์เรียนรู้ตลอดเวลา

          จังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่มีความรุ่งเรืองมาตลอด ช่วงที่ผ่านมาอาจจะรู้สึกว่าถดถอย และมีจังหวัดใกล้เคียงเราที่เจริญก้าวหน้ากว่าเราเยอะ แต่ในความเป็นจริงคนตรังก็ไปลงทุนจังหวัดรอบข้างไม่น้อย คนตรังรุ่นใหม่กำลังกลับบ้านมาพัฒนาจังหวัดตนเอง ต้นทุนเราดีอยู่แล้ว คิดว่าอีกไม่นานเราจะเห็นความเติบโตของจังหวัดตรัง

          ในสถานการณ์ โควิด-19 ที่เกิดขึ้นเกือบ 2 ปีนี้ ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยแต่เกิดขึ้นทั่วโลก วิธีการแก้ไขทางรัฐบาลก็ทำเต็มที่ ตอนนี้เราต้องการความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการเดินไปข้างหน้า คนที่อยากจะเสนอแนะ มีวิธีที่จะบอกตรงไปที่คณะทำงาน เช่น จังหวัดตรังก็มีคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ ถ้าใครมีความคิดเห็น ไม่ว่าจะเรื่องฉีดวัคซีน คิดว่าเสนอไปยังคณะกรรมการได้ เหตุการณ์ต่างๆ ไม่น่าจะนานเกินไป ตอนนี้การฉีดวัคซีนก็เริ่มเข้ามา ความรู้ที่จะต่อสู้กับโรคก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นต้องอดทนสักนิดแล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไป ขอให้ทุกท่านโชคดี

นายธีรวัฒน์ หวังศิริเลิศ
ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง

Visitors: 50,383